เปิดประเทศ 15 นาที คลิกพุ่ง 7 เท่า จีนค้นหาตั๋วบินมาไทยอันดับ 1

เปิดประเทศ 15 นาที คลิกพุ่ง 7 เท่า จีนค้นหาตั๋วบินมาไทยอันดับ 1

เศรษฐกิจ

เฮ! จีนไฟเขียวเริ่มต้นเปิดประเทศ หลังสิ้นสุดประกาศ 15 นาที ยอดค้นหาตั๋วเครื่องบินพุ่ง 7 เท่า พุ่งเป้ามาไทยอันดับ 1 ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นอันดับต่อมา “พิพัฒน์” ปรับเป้าหมายใหม่ต่างชาติทะลักเข้าไทยเป็น 25 ล้านคน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯเตรียมปรับเป้าหมายการท่องเที่ยวในปี 2566 จากเดิมคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางประมาณ 20 ล้านคน เพิ่มเป็น 25 ล้านคน หลังจากประเทศจีนได้ประกาศเปิดประเทศเร็วขึ้น คือในวันที่ 8 ม.ค.2566 สร้างรายได้ 2.38 ล้านล้านบาท

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.ได้เตรียมหารือภาคเอกชน สายการบิน กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานท่องเที่ยวในประเทศจีน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับนักท่องเที่ยวและประเมินสถานการณ์ปี 2566 ใหม่อีกครั้ง เบื้องต้นคาดว่าจะเพิ่มเป็น 25 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม คำประกาศของรัฐบาลจีน คือเปิดประเทศโดยยกเลิกการกักตัวทั้งหมดเป็น 0+0 ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.2566 โดยกำหนดให้มีการตรวจ RT-PCR ก่อนขึ้นเครื่อง 48 ชั่วโมง ต้องสวมหน้ากาก บนเครื่องตลอดเวลา อนุญาตให้คนที่เดินทางไปทำงาน ธุรกิจ เรียน เยี่ยมญาติ และอื่นๆ เดินทางเข้าจีนได้ ส่วนการเดินทางทางบกและทางเรือจะอนุญาตต่อไป เช่นเดียวกับการเดินทางออกนอกประเทศของนักท่องเที่ยวจีนจะอนุญาตต่อไป โดยปัจจุบันยังไม่ได้อนุญาตให้ต่อพาสปอร์ตได้ แต่บางมณฑลสามารถต่อได้ในทางปฏิบัติ

ทั้งนี้ หลังรัฐบาลจีนได้ประกาศมาตรการใหม่ สำหรับการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในตอนค่ำของวันที่ 26 ธ.ค. ภายใน 15 นาทีหลังจากข่าวเผยแพร่ ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม Qu Na er แสดงให้เห็นว่าปริมาณการค้นหาสำหรับตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น 7 เท่า และจุดหมายปลายทางที่ยอดนิยมคือประเทศไทย เป็นอันดับหนึ่ง ต่อด้วยญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

ตามข้อมูลของแพลตฟอร์ม Tongcheng Travel เจ้าของออนไลน์ ทราเวลรายใหญ่ในจีน หลังจากประกาศมาตรการใหม่ ปริมาณการค้นหาตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศบนแพลตฟอร์มทั้งหมดเพิ่มขึ้นทันที 850% ปริมาณการค้นหาวีซ่าเพิ่มขึ้นทันที 10 เท่า และกลุ่มผู้ใช้ในการค้นหาหลักมาจากปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกว่างโจว

อัพเดทข่าวเศรษฐกิจ มาใหม่ แนะนำข่าวเพิ่มเติม : ข้าวไทยขายดี พาณิชย์เพิ่มเป้าส่งออก

ข้าวไทยขายดี พาณิชย์เพิ่มเป้าส่งออก

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การส่งออกข้าวของไทยว่า ในปีนี้คาดว่าจะส่งออกข้าวได้มากกว่าเป้าหมาย 7 ล้านตัน

 

ข่าวเศษฐกิจ

 

ที่กรมการค้าต่างประเทศ และผู้ส่งออกข้าวไทยได้ร่วมกันตั้งไว้ โดยอาจจะส่งออกได้มากถึง 7-8 ล้านตัน ซึ่งในช่วง 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค.) ปีนี้ ส่งออกได้แล้วกว่า 4 ล้านตัน สร้างรายได้เข้าประเทศ 71,105 ล้านบาท ตลาดที่ส่งออกได้มาก เช่น อิรัก โมซัมบิก ฟิลิปปินส์ เซเนกัล และญี่ปุ่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้กรมการค้าต่างประเทศ ได้หารือร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ถึงสถานการณ์การส่งออกข้าวของไทยในปีนี้ และได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการส่งออกข้าวปี 65 เป็น 7.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้ 7 ล้านตัน และเพิ่มขึ้นจากปี 64 ที่ส่งออกได้ 6.11 ล้านตัน

สำหรับสาเหตุที่ทำให้การส่งออกเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากการส่งออกข้าวไปอิรัก ที่เพิ่มขึ้นมาก ล่าสุด 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย.) ปีนี้ ไทยส่งออกได้ไม่ต่ำกว่า 660,000 ตันแล้ว เพิ่มขึ้น 429.30% หลังจากที่นายจุรินทร์ได้ให้นโยบายกรมการค้าต่างประเทศรื้อฟื้นตลาดอิรัก ที่เคยเป็นตลาดใหญ่ของไทย และนำเข้าจากไทยใกล้เคียงปีละ 1 ล้านตัน แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นำเข้าลดลงมาก จนแทบไม่นำเข้าเลยจากปัญหาคุณภาพที่ไม่เป็นไปตามที่ตกลงไว้ รวมถึงนโยบายที่เน้นให้ผู้ส่งออกขายตรงสู่ผู้ซื้ออิรักให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่ขายผ่านเทรดเดอร์ต่างชาติ.